Skip to Content

บันทึกของ Teacher OOh

เห็นเขาว่ามีแฟน(เพจ)แล้วดี เลยมีกับเขาบ้าง

รูปภาพของ Teacher OOh

อาจารย์อู๋เปิดตัวแฟน(เพจ)
ใครรักกันจริงควรรีบไปกด Like!
เพื่อจะได้ติดต่อสื่อสารกันอย่างใกล้ชิด
http://www.facebook.com/TeacherOOHfanPage

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้สอบได้

รูปภาพของ Teacher OOh

ขึ้นชื่อว่าการสอบ ทุกคนคงหวังที่พึ่งทุกทาง จะเป็นสำนักติวเตอร์ สุดยอดตำรา
หรือแม้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เมื่อเข้าใกล้ฤดูการสอบจึงได้พบเห็นบรรดาผู้ปกครองพาบุตรหลานตระเวณไหว้พระขอพรกันอย่างคึกคัก
วันนี้จึงมาแนะนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยให้สอบได้ แบบฉบับอาจารย์อู๋กันซักเล็กน้อย

เริ่มกันที่ ธรรมะ ก่อนเลย
ธรรมะหรือคำสอนของพระพุทธเจ้านับว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลำดับแรกสุดที่อยากให้ทุกคนระลึกถึง

แม้ว่าระบบการจัดสอบจะเพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมา
แต่ว่าหนทางสู่ความสำเร็จของการสอบนั้น
ได้ถูกคิดขึ้นมากว่าสองพันปีแล้ว
เรียกง่ายๆ สั้นๆ ว่า
“อิทธิบาท 4 ประการ”
เป็นธรรมะสั้นๆ ที่แปลตามตัวก็จะหมายถึง สิ่งที่ทำให้บรรลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ มี 4 อย่างครับ

อย่างที่หนึ่งคือ ฉันทะ แปลว่าความพอใจในสิ่งที่ทำ หรือรักในสิ่งที่ทำ เราคิดจะสอบเข้าคณะไหน ต้องรักและชอบในสิ่งที่กำลังจะไปเรียน ถ้าชอบจริงอยากเรียนจริง อย่างอื่นที่เหลือก็จะตามมาไม่ยาก แต่ถ้าไม่ชอบ เลือกเรียนเพราะไม่รู้จะเรียนอะไร หรือเลือกเพราะว่าที่บ้านอยากให้เรียน แล้วเราจะไปเอาแรงพลังใจจากไหนมาอ่านหนังสือล่ะ เลือกที่ชอบครับ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรลองเรารัก เราชอบ รับประกันว่าประสบความสำเร็จแน่นอน

อย่างที่สองคือ วิริยะ แปลง่ายๆ ความขยัน และทุ่มเทรักแล้ว ชอบแล้ว นอนอยู่เฉยๆ มันจะสอบได้มั้ยล่ะ ต้องขยันด้วยเวลาเรารักใคร ชอบใครเนี่ยยังขยันโทรหา ขยันซื้อขนมไปฝากเหมือนกันครับ คณะที่เราจะเข้าเขาก็สนใจคนรักจริงและทุ่มเทเหมือนกัน พวกทำเป็นหมาหยอกไก่ เดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ ปล่อยกินแห้วไปเถอะครับ

กลยุทธ์ทำน้อยแต่ได้มาก

รูปภาพของ Teacher OOh

ผมเป็นคนขี้เกียจเรียนหนังสือ
ตอนเป็นเด็กก็จำได้ว่าไม่อยากไปโรงเรียน วันไหนวันหยุด โลกช่างสดใสเสียจริง

เมื่อไม่ได้อยากเรียนมาก ไม่ได้เป็นคนขยันเหมือนชาวบ้านเขา แต่ก็ยังอยากเรียนให้ได้ดีอยู่
จะทำเช่นไร

ไอ้เรื่องเรียนพิเศษนะลืมไปได้เลย ขนาดเรียนจันทร์ถึงศุกร์ก็กล้ำกลืนเหนื่อยยากจะแย่ เสาร์อาทิตย์ให้ไปเรียนอีกก็ฝันไปเถอะน้อง

เมื่อเป็นแบบนี้ ผมจึงต้องมีกลยุทธ์ทำน้อยแต่ได้คะแนนมาก

คือเราต้องประเมินก่อนว่าเรียนอย่างไรให้ได้ผล การเรียนในห้องนั้น จุดแข็งอยู่ที่จะมีอาจารย์มาคอยอธิบายบทเรียนไปทีละขั้น ควรฟังให้ดี จับจุดให้ดีว่าอาจารย์พยายามจะบอกอะไร จากนั้นพยายามเข้าใจให้ได้ พยายาม "เก็ต" หลักการสำคัญให้ได้

แล้วจึงไปหัดทำข้อสอบ แค่นี้ก็จะได้คะแนนดี

อย่างวิชาที่ผมชอบยกมาก็คือ วิชาภาษาอังกฤษ ด้วยว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมาของหลายคน
หลายคนขยันเลยท่องศัพท์แหลก
ผมไม่ขยันเลยไม่ท่อง

ใช้อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษเอา

อ่านทุกวัน วันละนิด วันละหน่อย อย่าไปฝืนตามสไตล์คนขี้เกียจ

ทำแบบนี้ได้ทั้งศัพท์ ได้ทั้่งการใช้ประโยค

แค่วางกลยุทธ์การเรียนให้ดี

ขี้เกียจก็ประสบความสำเร็จได้!!

ข้อควรระวังในการสมัครสอบ GAT/PAT

รูปภาพของ Teacher OOh
Related Topic :

อ.อู๋ไปเห็นในเว็บของ สทศ. เลยเอามาโพสต์ไว้ครับ

ข้อควรระวังในการสมัครสอบ GAT/PAT

• ก่อนสมัครสอบ ขอให้ผู้สมัครสอบตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครให้ถูกต้องก่อน
โดยเฉพาะความต้องการพิเศษ (ความบกพร่องทางสายตา และความบกพร่องทางร่างกาย)
เพราะ สทศ. ต้องเตรียมจัดข้อสอบอักษรเบรรล์ ข้อสอบขยาย และห้องพิเศษให้ตามข้อมูลที่
ผู้สมัครสอบกรอก

• หลังจากเลือกเขต/อำเภอที่ต้องการจะสอบแล้ว อย่าลืมตรวจสอบว่า ได้เลือก
จังหวัดที่ถูกต้องและเมื่อชำระเงินแล้ว ให้กลับมาตรวจสอบอีกครั้งว่าได้จังหวัดที่เลือกไว้จริง
(สามารถแก้ไขข้อมูลการเลือกสนามสอบได้ถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2553)

• ผู้ที่ต้องการสอบใน กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ หลังสมัครสอบ
และชำระเงินแล้ว อย่าลืมเข้ามาในระบบอีกครั้งเพื่อเลือกสนามสอบ
หากภายใน 2 วัน หลังจากชำระเงิน สถานะยังไม่ขึ้นว่า ชำระเงินแล้ว และให้เลือก
สนามสอบได้ หรือมีปัญหาในการเลือกสนามสอบให้รีบติดต่อ สทศ. โดยทันที
สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้ามาเลือกสนามสอบภายในวันที่ 2 ธันวาคม สทศ.จะจัด
สนามสอบให้ตามที่เลือกเขต/อำเภอไว้ หรือสนามสอบที่ยังมีที่ว่างอยู่
“ถ้าไม่ได้เข้ามาเลือกสนามสอบ อาจจะได้สนามสอบไกลๆ และเดินทางไม่สะดวก*

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านในการเข้าระบบของท่าน
โปรดรักษาไว้เป็นความลับ เพราะอาจมีบุคคลอื่นเข้ามาแก้ไขข้อมูลของท่านได้

50 นาที เลขนี้มีความหมาย

รูปภาพของ Teacher OOh
Related Topic :

หลายคนอาจสงสัยกันว่า ทำไมคาบเรียนถึงมีเวลา 50 นาที 45 ได้มั้ย 55 ได้ป่าว หรือทำไมไม่เต็ม 60 ไปเลยซะก็หมดเรื่อง

คือที่มันเป็น 50 นาทีก็เพราะ จากการวิจัย พบว่า เวลา 50 นาทีนั้นเป็นเวลาที่เราจะมีสมาธิจดจำสิ่งต่างๆได้ดีที่สุด น้อยกว่านี้ก็น้อยไป มากกว่านี้ก็จะเริ่มไม่อยากจะจำแล้ว ไม่มีสมาธิเรียนแล้ว

รู้แบบนี้แล้ว เราลองเอามาปรับใช้กับการอ่านหนังสือของเราเองดู อ่านไปครบ 50 นาที ก็พักจิบน้ำซักที แล้วค่อยกลับมาอ่านใหม่ จะช่วยให้ได้ผลดีกว่า อ่านตะลุยรวดเดียวครับ

หรือใครอ่านได้นานกว่านั้น ก็ลองยืดระยะเวลาดูครับ หลักสำคัญคือถ้ารู้สึกเหนื่อย อ่านไม่จำให้พักซักนิด แล้วจะด๊ขึ้นครับ

ไม่อยากจะแฉเลยว่า สมัยยังเป็นนักเรียนนุ่งขาสั้น เวลาทำข้อสอบเก่าเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย อ.อู๋ จะทำเป็นชุดๆ ข้อสอบชุดนึงก็ยาว 2 ชม. ทำเสร็จก็ไปนั่งเล่นเกมขับรถแข่งครับ เพลินดีเหมือนกันนะเนี่ย

โรงเรียนใครติดโผบ้าง สอบถามคุณครูด่วนนะครับ

รูปภาพของ Teacher OOh
Related Topic :

ตามข่าวนี้ http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000138200

มีหลายโรงเรียนยังไม่ส่งรายชื่อสอบ O-net (สอบเดือนมีนา)
คงเป็นเพราะระบบอะไรยังใหม่อยู่ คุณครูอาจมึนงงอยู่ ยังไงก็ช่วยสอบถามคุณครูด้วยนะครับ

ส่วนอาจารย์อู๋ ก็ยังมีความเห็นเช่นเดิมว่า ควรเลิกสอบ O-net ได้แล้ว มันเสียเวลา ทำให้ต้องสอบเยอะ คัดคนเข้าเรียนก็ลำบาก แม้จะสอบฟรีก็ตามที

โค้งสุดท้ายก่อนสอบ ทำอย่างไรดี

รูปภาพของ Teacher OOh

อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ ทุกคนก็จะต้องเข้าสู่สมรภูมิ GAT PAT กันแล้ว
มีหลายคนถามว่าควรทำอย่างไรดี ตื่นเต้นไปหมดแล้ว

ขอแนะนำอย่างนี้ครับ ให้เตรียม 2 อย่าง

1 เตรียมหัว ปรับทัพความรู้ที่จะต้องใช้สอบ ช่วงนี้อะไรที่ไม่จำเป็นก็เพลาลงไปก่อน หนังเรื่องไหนที่เข้าโรงฉายตอนนี้ก็ควรต้องหักห้ามใจโบกมือลาไปก่อน ไว้ค่อยไปเช่า dvd มาดู

ช่วงโค้งสุดท้ายจะขอแนะนำแยกเป็นส่วนๆดังนี้ครับ

GAT ตอน1 ทำโจทย์ให้เยอะๆครับ ข้อสอบเก่า รวมไปถึงข้อสอบฉบับอาจารย์อู๋ ก็ทำให้หมด อย่าให้เหลือ ทำเยอะๆ เดี๋ยวก็จับทางได้เอง
GAT ตอน2 หากใครยังไม่เริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ แนะนำให้ทำเดี๋ยวนี้ ทำทุกวันครับ ยังพอทันอยู่

สำหรับ PAT นั้น หมดเวลาอ่านหนังสือแล้วครับ ทำข้อสอบอย่างเดียวเลยครับ ข้อสอบเก่าก็มีให้เยอะแยะ หามาลองหัดทำให้หมด เข้าสอบจะได้ไม่ลนลาน

หลังจากเตรียมหัวแล้ว ส่วนต่อไปก็คือ

2 เตรียมใจ พยายามทำใจให้สบายครับ หากรู้ตัวว่าเครียดว่ากังวล ให้ลองฟังเพลงผ่อนคลายดู จะเปิดทีวีดูละครบ้างก็ไม่เป็นไรครับ พยายามผ่อนคลายเข้าไว้ ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็ผ่านไปได้ครับ

ส่วนใครที่ึิึิคิดว่าคงทำไม่ได้แน่เลย อย่าเพิ่งไปคิดครับ ทำให้เต็มที่ ทำให้หมดความรู้ที่มีในหัว แล้วทุกอย่างจะดีเองครับ

ทำใจให้เบา ทำใจให้แกร่งไว้ เพราะสอบหนนี้มันวัดกันที่ใจครับ

อาจารย์อู๋เชื่อว่าทุกคนจะทำข้อสอบได้ครับ

ขอให้สอบได้กันทั่วหน้าครับ

สอบ GAT PAT หนนี้จะทำอย่างไรดี

รูปภาพของ Teacher OOh

อีกราวสิบกว่าวันจะสอบ GAT PAT แล้ว
หลายคนยังมึนๆอยู่ว่าต้องสอบแล้วหรือ สอบอะไรหว่า บางคนพอมันสอบยากนักก็เลยทำเป็นไม่สนใจ หนนี้ไปมั่วดีกว่า หนหน้าค่อยเอาจริง

คิดได้แบบนั้นก็ถือว่าทำให้คลายเครียดได้ แต่คะแนนออกมาอาจจะเครียดกว่า
อาจารย์อู๋ขอเสนอแนวทางการเตรียมสอบอย่างรวดเร็ว แบบคนเรียนไม่เก่ง หรือ คนที่ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย

หากอ่านวิชา PAT ต่างๆยังไม่ทัน แนะนำให้ปล่อยวางไว้ก่อน
ควรจะมุ่งเน้นไปที่ GAT ก่อน เพราะ GAT นั้นไม่ต้องเรียนจนจบ ม. 6 ก็ทำได้แล้ว (จริงๆ ม.ไหน ก็ทำได้ ถ้ารู้เทคนิค)

GAT ตอนที่ 1 เป็นส่วนข้อสอบเชื่อมโยง ซึ่งเขาสอบกันมา 4 หนแล้ว ลองหาข้อสอบเก่ามาทำดู ในคลังข้อสอบอาจารย์อู๋ก็มี
หรือจะลองข้อสอบ GAT ฉบับอาจารย์อู๋ ลองโหลดมาทำไปขำไปดู รับประกันคะแนนดี เข้าใจ GAT เชื่อมโยงมากขึ้น ลองทำดูได้ที่นี่ http://www.teacherooh.com/tag/109

ตอนที่ 2 เป็นตอนภาษาอังกฤษ นาทีนี้แนะนำกลยุทธ์เดียวเลย คือ อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ หรือ หากใครขี้เกียจเดินไปซื้อ ก็อ่านฉบับออนไลน์ก็ได้ มีเยอะแยะไป นับแต่วันนี้เป็นต้นไปขอให้อ่านทุกวัน อย่าได้ขี้เกียจเป็นอันขาด

ใกล้หมดเขตรับสมัครแล้วนะครับ

รูปภาพของ Teacher OOh
Related Topic :

สมัคร Admission ด่วน สอท. เขาขยายเวลาให้ด้วยนะครับ

สอท. ขยายเวลาการรับสมัครคัดเลือกฯ จากเดิมที่จะหมดเขตรับสมัครในเวลา 24 : 00 น. ของวันอังคารที่ 20 เมษายน 2553เป็น
หมดเขตรับสมัคร ณ เวลา 24 : 00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553 และขยายเวลาการชำระเงิน
ณ เคาน์เตอร์ธนาคาร / ที่ทำการไปรษณีย์ไทย จากเดิมที่จะหมดเขตรับชำระเงินในวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553
เป็นหมดเขตรับชำระเงินใน วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2553

ที่มา http://www.cuas.or.th/

เฮฮาภาษาอังกฤษ

รูปภาพของ Teacher OOh

REASON
(A) The Japanese eat very little fat and suffer fewer heart attacks than the British or Americans.
(B) On the other hand, the French eat a lot of fat and also suffer fewer heart attacks than the British or Americans.
(C) The Mexicans eat a lot of fat and suffer fewer heart attacks than the British or Americans.
(D) The Italians drink excessive amounts of red wine and also suffer fewer heart attacks than the Americans.
(E) Conclusion: Eat & drink what you like. It's speaking English that kills you.

ติดตามเนื้อหาล่าสุดผ่าน RSS Feed

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม ผู้เยี่ยมชม 18 คน กำลังออนไลน์

สมาชิกใหม่

  • TM'KWJ
  • junior
  • Nin jaruwan
  • Sripah
  • Asmah_Jehso

Back to Top